มะเร็งตับในประเทศไทย พบได้จากผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึง 2 เท่า และเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆของประเทศเลยก็ว่าได้ มะเร็งตับมีตัวกระตุ้นการเกิดมะเร็งที่สำคัญคือ การอักเสบของตับเรื้อรัง และจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ซึ่งติดจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง และมีวิธีที่ติดโรคคล้ายๆกับการติดโรคเอดส์เลยก็ว่าได้ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ เลือด การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน

     อาการ

          มะเร็งตับระยะเริ่มต้นจะไม่ค่อยแสดงอาการอะไรออกมา และส่วนใหญ่จะทราบก็ต่อเมื่ออยู่ในระยะลุกลามแล้ว ซึ่งอาการหลักๆของมะเร็งตับ เช่น ปวดท้องบริเวณช่องท้องส่วนบน ท้องอืด เหนื่อยง่าย ผอมลง ตัวเหลือง อ่อนเพลีย ตาเหลือง และอาจพบก้อนเนื้อบริเวณท้อง ซึ่งถ้าพบข้อผิดสังเกตใดๆควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาโรคอย่างละเอียด

     สาเหตุของการเกิดโรค
          1. การเกิดของโรค แยกได้ 2 ชนิด คือ
                 1.1 ชนิดที่เกิดกับตับโดยตรง (มะเร็งปฐมภูมิ) ในไทยพบมากมี 2 ชนิดคือ
                      - มะเร็งชนิดเซลล์ตับ พบได้ทุกภาคในประเทศไทยครับ
                      - มะเร็งชนิดเซลล์ท่อน้ำดี พบมากในภาคอีสาน
                 1.2 ชนิดที่ลุกลามมาจากมะเร็งของอวัยวะอื่น (มะเร็งทุติยภูมิ) เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ และ ทวารหนักที่กระจายไปยังตับ
          2. ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรค เช่น โรคไวรัสตับอักเสบชนิดบี พยาธิใบไม้ในตับ สารเคมีต่างๆ ยารักษาโรคบางชนิด ยาฆ่าแมลง สารพิษที่เกิดจากเชื้อรา สารเคมีที่เกิด จากอาหารหมักดอง สุรา ฯลฯ  คุณสมบัติ ทางพันธุกรรม และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เป็นสาเหตุช่วยในการเกิดโรค

     การรักษา
          1. การผ่าตัด น่าจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดเพราะอาจทำให้หายขาดได้ แต่ใช้ได้กับในผู้ป่วยที่ก้อนยังไม่โตมาก และการทำงานของตับยังดีอยู่
          2. การฉีดยาเคมีและสารอุดตันเข้าเส้นเลือดแดงที่ไปหล่อเลี้ยง ก้อนมะเร็งทำให้ก้อนยุบลง
          3. การฉีดยา เช่น แอลกอฮอล์ เข้าก้อนมะเร็ง โดยผ่านทาง ผิวหนังใช้ในก้อนมะเร็งเล็กๆ ซึ่งผู้ป่วยไม่สามารถผ่าตัดได้
          4. การใช้ยาเคมี ใช้เพียงเพื่อบรรเทาไม่สามารถหายขาดได้
          5. การฉายแสง ใช้เพื่อบรรเทาอาการของมะเร็ง
          6. การใช้วิธีการผสมผสาน

     การป้องกัน
          1. ไม่รับประทานอาหารที่มีเชื้อรา ระมัดระวังอาหารที่ตากแห้ง รวมทั้งอาหารที่เตรียมแล้ว เก็บค้างคืน เพราะอาจมีเชื้อราปะปนอยู่
          2. ไม่กินอาหารสุกๆดิบๆ เช่น ปลาดิบ  เพราะอาจจะทำให้เป็น โรคพยาธิใบไม้ตับหรืออาหารที่หมัก เช่น ปลาร้า แหนม ฯลฯ เพราะมีสาร ไนโตรซามีน ซึ่งทำให้เป็นโรคมะเร็งตับได้
          3. ไม่รับประทานอาหารซ้ำๆหรืออาหารที่ใส่ยากันบูด
          4. ควรรับประทานอาหารที่สะอาด และปรุงสุกใหม่ๆ
          5. ถ้ามีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์

 


 เพื่อสุขภาพที่ดี และชีวิตที่ยืนยาว

คุณเล่าให้คนที่คุณรักฟังหรือยัง ?

edit @ 25 May 2009 21:39:17 by Growth

Comment

Comment:

Tweet

น่ากลัวจริงๆครับsad smile
คราวนี้จะระวังเรื่องของดิบล่ะ

#2 By XEGXEF on 2009-05-26 12:10

ดีใจ อาการไม่ใกล้เคียง รอดละเรา สงสัยว่าตัวเองจะเป็นหมอมั๊งเนี่ยconfused smile

#1 By Pat's Song on 2009-05-25 22:13